© All Rights Reserved by DITP

Tel: +66 2792 6900

Fax: +66 2547 5657

Email: info@thailandinnodesign.com

DEPARTMENT OF INTERNATIONAL TRADE PROMOTION

 

563 Nonthaburi Road,

Bang Kra Sor, Ampheo Muang,

Nonthaburi 11000, Thailand

PARTNERS

อัพเดตเทรนด์ Eco กระแสมาแรงที่คนทั่วโลกกำลังอิน !

11.08.2018

เทรนด์รักโลกที่กำลังมาแรงในช่วงหลายปีมานี้ทำให้ผู้คนตื่นตัวกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดใช้หลอดพลาสติกและถุงพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศไปทั่วโลก ตัวอย่างที่มีให้เห็นชัดเจน คือภาพสัตว์ทะเลที่ตายจากการกินถุงและหลอดพลาสติกเข้าไป ภาพเหล่านี้ถูกส่งต่อกันอย่างแพร่หลายในโลกอินเตอร์เน็ตทำให้ผู้คนจำนวนมหาศาลตระหนักถึงความเลวร้ายที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เทรนด์ eco ยิ่งเป็นที่น่าจับตามอง วันนี้เราจะมาแนะสิ่งใหม่ๆ ของเทรนด์ eco ที่กำลังเป็นที่ฮือฮาและน่าจับตามองในปัจจุบัน 

 

 1. ‘Cupffee’ แก้วกาแฟกินได้
คงถูกใจคอกาแฟหลายๆ คนเพราะแก้วกาแฟที่ว่านี้จะสามารถคงรูปได้แม้ว่าจะใส่กาแฟร้อนๆ และมันยังสามารถกินเข้าไปได้อีกด้วย โดยแก้วผลิตจากการบีบอัดเมล็ดข้าวและธัญพืชทำให้ได้วัสดุที่คล้ายๆ กับโคนของไอศครีม สามารถรักษารูปทรงได้ในขณะที่ใส่กาแฟแต่ไม่ได้แข็งจนเคี้ยวไม่ได้ โดยสตาร์ทอัพสัญชาติบัลแกเรียที่ใช้เวลาพัฒนาถึง 15 ปี ทำให้แก้วสามารถคงรูปได้แม้จุ่มลงไปในน้ำร้อน 

 

2. The Nautilus Eco - Resort  รีสอร์ทที่ออกแบบด้วยแนวคิด สถาปัตยกรรมอันยั่งยืน 
Vincent Callebaut สถาปนิกจากฝรั่งเศส โด่งดังจากงานออกแบบด้านสถาปัตยกรรมอันยั่งยืน และ The  Nautilus  รีสอร์ทที่มีเทคโนยีสุดทันสมัยล้อมรอบด้วยระบบนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงปรัชญาการออกแบบของเขาได้อย่างดี โดยโครงการนี้จะก่อสร้างในประเทศฟิลิปปินส์  The Nautilus จะมีอาคารที่สามารถหมุนได้ โดยหมุนตามดวงอาทิตย์เพื่อปรับการใช้พลังงานและรับพลังงานแสงอาทิตย์อย่างเหมาะสม รีสอร์ทจะมีกังหันใต้น้ำและ มีพื้นที่สีเขียวบนดาดฟ้าเพื่อทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน โดยเท่าที่เทคโนโลยีที่มีในตอนนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้รีสอร์ทแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นรีสอร์ทที่นำเทคโนโลยีมาผสานกับสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืนเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง

 

3. IKEA Space 10 Lab ในงาน London Design Festival อนาคตทางอาหารของมนุษย์   
Space 10 Lab  ได้นำสวนแนวตั้งมาจัดแสดงในงาน London Desgn Festival ภายใต้แนวคิด “The tase of futuer” นำเสนอฟาร์มผักระบบไฮโดรโพนิกอันล้ำสมัย โดยสวนผักที่ปลูกด้วยระบบนี้จะมีอัตราการเจริญเติบโตมากกว่าเดิมถึงสามเท่าจากวิธีปลูกแบบเดิม ใช้ทรัพยากรน้อยกว่าเดิม ใช้หลอดไฟ LED ที่ทำให้สามารถปลูกในร่มได้ตลอดทั้งปีและสามารถใช้พลังงานทดแทนได้ในอนาคตทั้งยังมีเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่จะช่วยเก็บข้อมูลของเหล่าผักที่คุณปลูกและจะสามารถใช้งานร่วมกับ Google Home เพื่อให้ข้อมูลว่าผักของคุณต้องการอะไร ภายในยังมีเวิร์คช็อปเพื่อให้คุณได้ชิมสลัดจากผักที่ปลูกสดๆ  ให้คุณได้ลองอีกด้วย 

 

4. “Back to the Roots” เลี้ยงปลาแบบออแกร์นิค 
สำหรับผู้ที่ชอบเลี้ยงปลา “Back to the Roots” คือตู้ปลาที่มีระบบทำความสะอาดด้วยตนเองไม่ต้องบำรุงรักษาให้มากมาย พัฒนาโดยสตาร์ทอัพ “Water Garden”  พวกเขาใช้พืชในการรักษาความสะอาดของน้ำในตู้ปลา และพืชที่ปลูกก็ยังจะได้รับสารอาหารจากของเสียที่ปลาปล่อยออกมา โดยตู้ปลานี้ยังเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ดีสำหรับเด็กในการเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศ ช่วยให้เด็กเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างปลาและพืชเพื่อให้เข้าใจระบบนิเวศน์แบบเกื้อกูลกันได้ง่าย ๆ

 

5. Bird Street ถนนอัจฉริยะ ของลอนดอน 
เบิร์ดสตรีทติดกับถนนชื่อดังอย่างอ็อกฟอร์ดสตรีทได้กลายเป็นถนนอัจฉริยะเส้นแรกของอังกฤษด้วยช็อปปิ้งเลนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนำเทคโนโลยีล้ำยุคเข้ามาเพื่อให้ผู้คนจับจ่ายมากยิ่งขึ้น โดยถนนเส้นนี้จะให้ประสบการรณ์การช็อปปิ้งที่ไม่เหมือนใคร เส้นทางนี้จะทำให้คุณเห็นร้านค้ามากกว่าห้าร้อยแห่งซึ่งช่วยให้ลอนดอนตะวันตกมีเอกลักษณ์ขึ้นมาเลยทีเดียว นอกจากนี้ทางเท้าบนถนนยังสามารถสร้างพลังงานโดยอาศัยการเดินของทุกคนเป็นแหล่งกำเนิดพลังงาน พื้นที่สาธารณะแห่งนี้ยังให้พื้นที่สำหรับผู้ค้าขายที่ไม่สามารถจ่ายให้กับพื้นที่แพงๆ ในลอนดอน ถนนเส้นนี้จะช่วยทำให้ภาพแหล่งช็อปปิ้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเมืองหลวงแห่งนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

6. ที่อยู่อาศัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านฮอบบิท 
ยุคที่อีโค่เทรนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่ง รวมถึงที่อยู่อาศัย ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้อยากมีบ้านหลังโต หรูหรา พวกเขากลับเลือกที่จะปลูกบ้านที่พอจะอยู่อาศัยได้เพื่อประหยัดทรัพยากรและพลังงาน  แต่ให่้ความสนใจกับสไตล์ที่โดดเด่น บ่งบอกถึงความเป็นตัวเองแทน บ้านฮอบบิทแห่งนี้ก็เช่นกันมันมีชื่อว่า GUMPHA ตั้งอยู่ในประเทศอินเดียออกแบบโดยสตูดิโอสถาปนิก ‘Within N Without’ พวกเขาคำนึงถึงความสัมพันธ์ของสิ่งก่อสร้างและบริบทโดยรอบ รวมทั้งวัสดุที่ใช้ด้วย ภายในออกแบบให้เชื่อมต่อกันเหมือนถ้ำ ด้านบนมีปล่องเพื่อให้ความสว่างจากแสงธรรมชาติและภายในบ้านจะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใต้ดิน

 

7. หลังคากลับหัวดีไซน์เพื่อการประหยัดพลังงาน 
หลังคาที่ว่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้บ้านที่อยู่ในภูมิอากาศของเขตแห้งแล้ง เพื่อให้ตัวบ้านเย็นสบายตลอดเวลาออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิหร่านจาก BMDesign Studio โดยสร้างหลังคาเว้าเป็นโดมสองชั้นเพื่อกักเก็บน้ำฝนให้บ้านมีอุณภูมิที่เย็นขึ้น การออกแบบมีความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมด้วยหลังคาโดมไม่เพียงแต่ให้ความเย็นจากการเก็บกักน้ำแต่ยังให้ร่มเงาเพื่อลดอุณภูมิในอีกทางอีกด้วย  ระบบทำความเย็นแบบนี้เป็นตัวอย่างของการอาศัยอยู่ในพื้นที่ภูมิอากาศแปรปรวนรุนแรงโดยไม่ต้องพึ่งพาแผงโซล่าเซลล์

 

8. การปลูกสวนแบบตัวต่อเลโก้ 
นับว่าเป็นนวัตกรรมที่แสดงออกถึงความพยายามที่จะสร้างพื้นที่สีเขียวของเหล่าผู้ชื่นชอบการทำสวน Husum & Lindholm สร้างชิ้นส่วนหกชิ้นที่สามารถนำมาประกอบและจัดเรียงกันได้อย่างอิสระ ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาการออกแบบและจัดสรรพื้นที่สีเขียวได้อย่างน่าสนใจ นักออกแบบผู้อูยู่เบื้องหลังงานชิ้นนี้ยังช่วยให้มันกลายเป็นการดีไซน์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ด้วยการเปิดเผยข้อมูลโครงสร้างทั้งหมดให้ทุกคนสามารถนำไปทำได้เอง 

 

9. ซื้อขายบ้านออนไลน์ 
ยุคสมัยที่ทุกคนคุ้นเคยกับการช็อปปิ้งออนไลน์ แม้กระทั่งบ้านก็สามารถซื้อผ่านออนไลน์ได้ ถ้าหากคุณคิดว่าเป็นบ้านมือสองหรือบ้านที่เสร็จเป็นหลังๆ ละก็คุณคิดผิดถนัด  โดยบ้านที่เราพูดถึงเป็นความร่วมมือระหว่าง MODS International และ Amazon ในการซื้อบ้านสำเร็จรูปและจัดส่งให้คุณ โดยบ้านที่ว่าจะแยกเป็นส่วนๆ และจะถูกขนส่งไปให้ผู้ซื้อได้อย่างสะดวก โดยส่วนประกอบของบ้านแต่ละส่วนจะมีขนาดประมาณ 30 ตารางเมตร ขนส่งโดยตู้คอนเทนเนอร์  โดยภายในมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน แยกส่วนทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น โดยส่วนต่างๆ จะสามารถเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า ระบบทำควมเย็น ระบบทำความร้อน ระบบน้ำ แม้กระทั่งเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยราคาทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 36,000 เหรียญ(ไม่รวมค่าขนส่ง) เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่เรียบง่ายและยั่งยืน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Amazon กำลังจะขยายตลาดเพื่อให้ครอบคลุมในทุกในทุกอุตสาหกรรมแม้กระทั่งด้านที่อยู่อาศัยด้วย 

 

10. คาร์เฟ่ช่วยลดของเสีย
ร้านกาแฟรูปแบบใหม่ Handsome Her เป็นร้านกาแฟทีมีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภคกาแฟ ด้วยการไม่ใช้ถ้วยกระดาษในการเสิร์ฟกาแฟ Alex O’Brien เจ้าของร้าน ตัดสินใจสร้างกำแพงเพื่อแขวนแก้วมัค เรียกมันว่ากำแพงถ้วยมัคฉุกเฉิน โดยแก้วที่ห้อยอยู่บนผนังนั้นก็ได้มาจากคนในชุมชนร่วมกันบริจาค เมื่อลูกค้าสั่งกาแพวเขาสามารถยืมแก้วมัคบนกำแพงเพื่อนำกลับบ้านได้  ในขณะที่แก้วกระดาษช่วยให้กาแฟไม่เลอะเทอะแต่คาร์เฟ่แห่งนี้ก็พยายามใช้แก้วมัคแทนเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มกาแฟของลูกค้าและยังช่วยลดขยะอีกด้วย  

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

RECENT POSTS
Please reload