© All Rights Reserved by DITP

Tel: +66 2792 6900

Fax: +66 2547 5657

Email: info@thailandinnodesign.com

DEPARTMENT OF INTERNATIONAL TRADE PROMOTION

 

563 Nonthaburi Road,

Bang Kra Sor, Ampheo Muang,

Nonthaburi 11000, Thailand

PARTNERS

๑๐๐ แรงบันดาลไทย สร้างอัตลักษณ์ผ่านกราฟิกไทย

 

เคยตั้งคำถามหรือไม่ ว่าทำไมเราเห็นหอไอเฟลแล้วนึกถึงกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เห็นพีระมิดก็นึกถึงสุสานฟาโรห์ในประเทศอียิปต์ เห็นหอนาฬิกาบิกเบน หรือแม้กระทั่งชิงช้าสวรรค์ลอนดอนอาย ก็ทำให้นึกถึงกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอัตลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรม และสิ่งก่อสร้าง ที่นอกจากจะบ่งบอกถึงเมืองต้นทาง ประเทศต้นแบบแล้ว ยังบอกเล่า “เรื่องราว” พร้อมสร้าง “คุณค่า” ที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ และงานบริการได้ นอกจากงานสถาปัตยกรรมที่สามารถบ่งบอกถึงอัตลักษณ์แล้ว งานศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบอัตลักษณ์เฉพาะที่แสดงตัวตนบ่งบอกพื้นถิ่น เป็นสิ่งที่มีคุณค่า เป็นที่ต้องการของทุกผู้คน และทำหน้าที่บ่งบอกซึ่งความ “เป็นเรา - ไม่เป็นอื่น” สิ่งนี้เองที่ทำให้ทุกคน ทุกพื้นที่ มีตัวตนอย่างมีนัยยะสำคัญบนโลกใบนี้

 

ด้วยเหตุนี้กลุ่มเซียมไล้จึงเริ่มต้นพัฒนาภาพกราฟิก (Clip Art) ภายใต้แนวคิด “แวดล้อม คือ ตัวตน” เพื่อสร้างเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้กับนักออกแบบนำไปใช้งานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ด้านการสร้างอัตลักษณ์ พร้อมพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์เพื่อส่งแรงบันดาลใจให้ทุกท่านตระหนักรู้ถึงศักยภาพของต้นทุนไทย ๆ ทั้งศิลปกรรม วิถีชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณี ข้าวของเครื่องใช้ หรือทุกอย่างที่แวดล้อมเรา สามารถนำไปออกแบบให้สอดคล้องกับกิจการ หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ วันนี้ผมได้รับเกียรติพูดคุยกับคุณไพโรจน์ ธีระประภา ศิลปินศิลปาธร สาขาเรขศิลป์ ปี 2557 หัวหน้ากลุ่มเซียมไท้ และ เซียมไล้ ที่จะมาเล่าถึงที่มา และแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน “๑๐๐ แรงบันดาลไทย” ที่ถอดความหมายเปลี่ยนอัตลักษณ์ไทยในแต่ละภาคให้เป็นงานกราฟิก (Clip Art) พร้อมถ่ายทอดลงบนผลิตภัณฑ์ได้อย่างลงตัว

 

ถาม : ๑๐๐ แรงบันดาลไทยเกิดขึ้นได้อย่างไร

คุณไพโรจน์ : มันก็เป็นฝันนะ เราเป็นคนไม่มีชื่อเสียงที่กำลังเผชิญกับความฝันที่ยิ่งใหญ่มาก ผมฝันว่าเราน่าจะมีการทำอะไรให้ดูในเชิงลักษณะเผยแพร่แนวคิดในการสร้างความเป็นไทยร่วมสมัยให้เกิดขึ้นบนผลิตภัณฑ์ เราเริ่มกันง่าย ๆ ด้วยการโพสต์สิ่งที่เราทำผ่านสังคมออนไลน์ Facebook หลังจากนั้นก็มีคนมาเห็นงาน เกิดความชอบ และติดต่อให้ผมทำกิจกรรมเพื่อถ่ายทอดแนวคิดในการทำงาน ซึ่งก็เริ่มจากการเดินทัวร์ ไปเก็บอัตลักษณ์ของพื้นที่แต่ละที่ พร้อมเป้าหมายในใจที่ต้องการจะชี้ให้เห็นว่า “ความเป็นเรา ความเป็นไทย มันสำคัญมาก และไม่ได้เชย” ไม่ว่าจะเป็นความรกหูรกตา ความไร้ระเบียบ ก็เป็นไทย ถ้าเราเป็นดีไซเนอร์ เราอย่าบ่นกับสิ่งที่เจอ แต่ให้พลิกมุมมองว่า ถ้าเราเห็นมัน เราสามารถช่วยอะไรได้บ้างหรือไม่ เพื่อให้สมศักดิ์ศรีที่เราใช้เรียกตัวเราว่า “นักออกแบบ” ผมก็เลยชักชวนเพื่อน ๆ ที่มีแนวคิดแบบนี้ โดยเริ่มต้นเก็บข้อมูล เก็บทุกอย่างที่ดูเป็นบ้านเรา ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ถ้าเมืองนอกไม่มี นี่คือตัวเรา เราจะต้องทำมันให้แข็งแรง และสวยงามได้” ด้วยมุมมองแบบนี้มันทำให้เรามีความสนุกไปกับการทำงาน จากจุดเริ่มต้นของทีมงานเล็ก ๆ บนหน้า Facebook ก็เริ่มใหญ่ขึ้น มีคนสนใจมากขึ้น ทำแล้วก็สนุก และรู้ว่าภาพกราฟิก (Clip Art) ที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยจะมีประโยชน์มาก ๆ ดังนั้นเราจึงจัดเตรียมภาพกราฟิก (Clip Art) สำเร็จรูปเพื่อเป็นยาแรงให้คนทั่วไปสามารถนำไปใช้ได้เลยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยหวังว่าวันนึง ท้องถนนในบ้านเรา ร้านขายของบ้านเรา จะได้มีงานที่เป็นไทย งานดีไซน์ดี ๆ ไม่ได้เป็นของคนอื่น พอเด็กรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมา ก็จะเห็นตัวอย่างจากสิ่งรอบตัวมากขึ้น เรียกได้ว่าเติบโตท่ามกลางความเป็นไทยแบบร่วมสมัย

 

ถาม : ขั้นตอนการค้นหาอัตลักษณ์ มีกระบสนการทำงานอย่างไร

คุณไพโรจน์ : เราลงพื้นที่กัน เราบอกว่าศิลปกรรมไทยคืออัตลักษณ์ของบ้านเรา แต่อย่าลืมว่าบางพื้นที่ก็มี และบางพื้นที่ก็ไม่มี ดังนั้นเราจึงพยายามหาสิ่งทดแทนที่ช่วยขยายความของคำว่าอัตลักษณ์ให้ได้ ซึ่งนั่นก็คือ “สถาพแวดล้อม” นี่แหละ ดังนั้นเราจึงผูกแนวคิดขึ้นมาว่า “แวดล้อม คือ ตัวตน” เพื่อสร้างเครื่องมือหนึ่งชุดที่สามารถไปสวมกับทุกพื้นที่ได้ กว่าจะออกมาเป็นแนวทางนี้เราค้นคว้าทดลองกันมาก และคิดว่าแนวทางนี้สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับงานออกแบบได้ เพราะมันสามารถนำไปแก้ปัญหาได้ทุกพื้นที่ โดยนำสภาพแวดล้อมมาเปลี่ยนเป็นภาษากราฟิก และเตรียมให้ใช้ง่าย ๆ โดยจัดทำเป็นไฟล์ดิจิทัล Clip Art หลาย ๆ ชิ้น ในส่วนของการนำไปใช้ เรามีข้อแนะนำว่า ถ้าเราใช้เพียงแค่ Clip Art เดียวมันอาจพูดเบา แต่ถ้าเราร่วมกันใช้หลาย ๆ ชิ้นมันจะมีพลังส่งเสียงดังมากขึ้น ส่งผลให้ความเป็นอัตลักษณ์ความเป็นไทยมีความชัดเจนมากขึ้น

 

ถาม : ภาพกราฟิก หรือ Clip Art ที่พัฒนาแบ่งออกเป็นอะไรบ้าง

คุณไพโรจน์ : เราแบ่งประเภทเป็น ศาสนสถาน สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ ข้าวของเครื่องใช้ ยานพาหนะ และเครื่องแต่งกาย อีกทั้งยังแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) ภาคเหนือ 2) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3) ภาคใต้ 4) ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ทั้งนี้ Clip Art ชุดแรกที่ปล่อยออกมามีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 100 ชิ้น แต่ตอนนี้กำลังพัฒนาให้ได้ 400 ชิ้น โดยให้คนที่สนใจสามารถนำไปใช้ได้ฟรี

 

 

 

ถาม : มองอนาคตต่อจากการทำงาน ๑๐๐ แรงบันดาลไทยไว้อย่างไร

คุณไพโรจน์ : ผมเริ่มต้นการทำงานตั้งแต่เดือนมีนาคม มันเป็นการทำงานที่ใช้ระยะเวลาค่อนข้างสั้น โดยที่เราอาจหาญประกาศว่าเราจะทำงานที่ยิ่งใหญ่ ทีมงานหลายท่านก็ติดภารกิจเรื่องการสอนหนังสือด้วย ทำให้มีเวลาในการทำงานที่น้อย แต่เนื่องจากการทำงานในครั้งนี้เป็นการทำงานครั้งแรก ผม และทีมงานจึงมุ่งมั่นทำงานด้วยความเต็มที่ สุดกำลังของทุกคน หลังจากเปิดนิทรรศการไป เจ้าหน้าที่หอศิลป์ร่วมสมัย ราชดำเนิน ยังบอกเลยว่า นิทรรศการ ๑๐๐ แรงบันดาลไทย มีคนมาดูเยอะมากตั้งแต่จัดนิทรรศการมา คำถามที่ทุกคนพูดถึงคือ “แล้วยังไงต่อ” เราก็พูดกันในทีมว่า เราเป็น Forrest Gump ละกัน เพราะ Forrest Gump ทำเต็มที่กับทุกสิ่ง แล้วอะไรจะเกิดมันก็จะปลิวไปตามลม ตกไปตรงไหนก็ได้ ซึ่งมันอาจจะเป็นแบบนี้จริง ๆ ก็ได้ เพราะในวันเปิดงาน ประธานกองทุนส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และผู้อำนวยการศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยที่สนับสนุนโครงการ กล่าวว่า ตั้งแต่ดูงานนิทรรศการ หรืองานวิจัย พอจัดเสร็จก็จบ ไม่มีการทำต่อ แต่งาน ๑๐๐ แรงบันดาลไทยมันเอื้อมง่าย เข้าถึงง่าย นำไปใช้งานง่าย อยากให้นิทรรศการนี้มีการสัญจร น่าจะไปโปรโมทในงานเทศกาล Bangkok Biennial ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมพร้อมกับอนาคตที่กำลังจะมา สิ่งนี้คือสิ่งที่เราสอนลูกศิษย์เสมอว่าเวลาเราทำอะไร ขอให้เราทำเต็มที่ ทำเรื่องดี ๆ แล้วประตูบานใหม่ ๆ กับเรื่องดี ๆ จะเข้ามาเอง ขอเพียงให้เรารู้ว่าเราทำอะไร เพื่อใคร และสุด ๆ กับมัน ข้อบกพร่องมีแน่นอน แต่ถ้าเรามีโอกาสทำครั้งที่ 2 เราก็จะปรับให้ดีขึ้น อย่างในกรณีสัญจรนั้น อาจารย์จากมหาวิทยาลัยรังสิตก็แจ้งความประสงค์ว่าอยากนำไปจัดแสดงที่หอศิลป์ในมหาวิทยาลัยด้วยเช่นกัน  

 

ถาม : อัตลักษณ์ไทยร่วมสมัยจะเติบโตไปได้ไกลแค่ไหน

คุณไพโรจน์ : ผมมองว่าไกลมาก แม้ว่าในตอนต้นที่ผ่านมาจะเติบโตอย่างช้าๆ แต่ในช่วงนี้ผมเห็นอัตราเร่งที่เพิ่มขึ้น มีงานมากขึ้น มีผลสะท้อนที่ดีขึ้น มีการรับรู้ เครื่องมันเริ่มร้อนอยู่ในช่วงเหยียบคันเร่ง อย่างเช่นในกรณี OTOP 16 ปีที่ผ่านมาเหมือนเดินทางผิด เพราะเราเอาสินค้า OTOP เข้าไปอยู่ในห้าง แต่วันนี้หลายภาคส่วนเริ่มเข้าใจ และพร้อมผลักดันให้เกิดการสร้างเสน่ห์กับพื้นที่ท่องเที่ยว โดยกระตุ้นให้คนเดินทางไปสัมผัสกับชุมชนในพื้นที่นั้น ๆ จริง ๆ ซึ่งนั่นจะช่วยผลักดันผลิตภัณฑ์ OTOP ในแต่ละท้องถิ่น แต่ละชุมชนมีเรื่องราวมีคุณค่าที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีขึ้นมาก ๆ

 

ถาม : อัตลักษณ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และงานบริการของบ้านเรามีความสำคัญมากน้อยเพียงใด

คุณไพโรจน์ : สำคัญมาก มันเป็นหัวใจ เป็นทางรอดในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ และงานบริการ ถ้าคุณไม่เน้นความเป็นตัวตน มันก็ไม่มีประโยชน์ที่คนจะมาเยี่ยมเยียน มาซื้อสินค้า มาใช้บริการ ชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ที่เสียเงินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเมืองไทย ก็อยากมาสัมผัสความเป็นไทย ไม่ใช่เดินทางมาสัมผัสกับสิ่งที่ข้าง ๆ บ้านเขามี ดังนั้นถ้าเราใช้อัตลักษณ์ในการขับเคลื่อน เราอาจสร้างผลิตภัณฑ์ที่ซ่อนความเป็นไทยเอาไว้ก็ได้ เช่น ฝรั่งทานสลัดอยู่แล้ว แต่ถ้าเราเพิ่ม ข้าวคั่ว ที่สะท้อนตัวตนของทางอีสานโรยลงไปในผักสลัด พร้อมน้ำสลัดที่มีรสชาติจิ้มแจ๋วแบบอ่อน ๆ ก็จะทำให้สลัดมีความเป็นอีสานมากขึ้น คนต่างชาติก็จะเข้าถึงอัตลักษณ์ด้านอาหารไทยได้ง่าย พอกลับบ้านไปก็คิดถึงสลัดกลิ่นอายอีสาน นี่แหละคือการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยอัตลักษณ์ และงานภาคบริการ

 

แม้ว่างานนิทรรศการ ๑๐๐ แรงบันดาลไทยจะจบลงไปเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2561 แต่องค์ความรู้เหล่านี้ยังเปิดประตูต้อนรับให้ทุกท่านได้ศึกษาผ่าน Facebook : 100RBDT เพราะอัตลักษณ์เป็นสิ่งที่บ่งบอกความ “เป็นเรา - ไม่เป็นอื่น” มันทำให้ทุกคนทุกพื้นที่มีตัวตนอย่างมีนัยยะสำคัญบนโลกใบนี้ การรวมตัวของกลุ่มเซียมไล้ในครั้งนี้ เป็นการรวมตัวเพื่อสร้างเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้กับนักออกแบบผ่านภาพกราฟิก (Clip Art) ในรูปแบบดิจิทัลไฟล์พร้อมใช้ เพื่อเชิดชูความเป็นไทย และนำความเป็นไทยมาออกแบบสิ่งต่าง ๆ ให้มีความร่วมสมัย เกิดเป็นกระแสรักษ์ไทยอย่างภาคภูมิ

 

รายชื่อนักออกแบบหลักที่มีผลงานในนิทรรศการ ๑๐๐ แรงบันดาลไทย

คุณไพโรจน์ ธีระประภา (โรจ สยามรวย) คุณกฤษดา วงศ์อารยะ คุณปณต ทองประเสิรฐ ดร.วิสิทธิ์ โพธิวัฒน์ (วิสิทธิ์ โพ) คุณธีรวัฒน์ พจน์วิบูลศิริ (อักษรสนาน) และ รศ. อาวิน อินทรังษี

 

สำหรับผู้ประกอบการ นักออกแบบ หรือผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดพร้อมดาวน์โหลดภาพกราฟิก (Clip Art) ได้ตามลิงค์นี้ https://www.facebook.com/notes/%E0%B9%91%E0%B9%90%E0%B9%90%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/100-rbdt-clips-art/2122302594650801/

 

อ้างอิง : www.facebook.com/100RBDT

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

RECENT POSTS
Please reload